พระคาถาจินดามณี
(จินดามณีบทนี้เป็นของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ถ่ายทอดมายังหลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา และ สืบทอดต่อมายัง หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ในการต่อมา ซึ่งก็เป็นที่แพร่หลายกันอยู่ทั่วไป ) ตัวคาถามีดังนี้
นะโม ๓ จบ จินดามณี สะหะโกฏิ สัตตังเทวานัง มะนุสสะเทวานัง อะมะนุสสะเทวานังสะมณีจิตตัง บุตรีจิตตัง อาคัจเฉยหิ ปะริเทวันติ ปิยังมะมะ มณีจินดา ปัญจะทานัง ทาสาโกมัง ทาสีโกมัง ปิสันทัสสะ นะมามิหัง สัพเพชะนา พะหูชะนา มหาจินดา เอหิพุทธัง ปิยินทรียัง เทวะมานุสสานัง ปิโยนาคะ สุปันนานัง ปิยินทรียัง นะมามิหัง พุทโธโส ภะคะวา ธัมโมโส ภะคะวา สังโฆโส ภะคะวา อินทะสะเหน่หา พรหมมะสะเหน่หา อิตถีสะเหน่หา ราชาเทวี มณีรักขัง ปิยังมะมะ พุทธะสังมิ นะชาลีติ พระอะระหัง สัพพะลาภัง ประสิทธิเม
จินดามณีบทนี้ มีพุทธคุณ 108 ประการ ตามแต่ อธิษฐาน
อนึ่ง คาถาในบทเดียวกัน " หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา " ท่านได้ให้อุปเทห์การใช้ดังนี้ 1. ท่านว่าถ้าเปิดเป็นร้านค้าขายของให้บริกรรมพระคาถาจินดามณีแล้ว อธิฐานให้ร้านค้าแห่งนี้ให้เป็น “เหวลึกกว้างใหญ่” ผู้คนทั่วไปต้องเดินตกลงไป บัดนั้นลูกค้าก็จะมีเกิดขึ้นเต็มร้านค้าขายนั้น 2.ท่านว่าถ้าจะเรียกลาภ เรียกผล เรียกเงิน เรียกทอง เข้าสู่บ้านเรือนท่านให้เอาดอกไม้ธูปเทียนบูชาหน้าพระประธานของบ้านด้วยพระคาถาแล้ว ตั้งจิตอธิฐานว่า “พระรัตนตรัยอันเป็นแก้วสารพัดนึกฉันใด ขอให้พระคาถาจินดามณีนี้เป็นดั่งแก้วมณีให้สมปรารถนา เป็นที่มาของลาภสักการะมหาศาล ฉันนั้นด้วยเถิด 3.ใช้เพื่อสืบตระกูล ท่านว่าให้จัดดอกไม้ธูปเทียนใส่พานตั้งบูชาพระประธานของบ้านทุกวัน คนในตระกูลนี้ทั้งหมด จะไม่รู้ยากรู้จน ไม่ตกต่ำ ไม่ร่มจม ทำให้เจริญรุ่งเรืองทั้งตระกูล (ต้องเป็นสัมมาทิฐิด้วย) 4.ถ้าจะเข้ารณรงค์ สงคราม ก็วิเศษยิ่งนัก บริกรรมปลุกตัว 108 เป็นมหาจังงัง มหาระงับแก่คนทั้งหลาย ป้องกันอันตรายทุกอย่าง 5.ถ้าจะให้เป็นเมตตามหาเสน่ห์ ท่านให้เสกแป้งผัดหน้าทาตัว เป็นเสน่ห์เมตตา ดั่งพระสังข์รูปทอง ใครได้พบได้เจอก็เอ็นดูรักใคร่